การสร้างงาน อาชีพและรายได้แก่ผู้สูงวัย

18 พ.ค.

ชื่อเรื่อง  :  4 มิติ สู่คุณภาพชีวิตผู้สูงวัยในชุมชน

บรรณาธิการ  :   กมล  สุกิน

ผู้จัดพิมพ์ : มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย(มส.ผส)

ปีที่พิมพ์ : 2554

เลขหน้า :   หน้า 55 – 61

ISBN  :  –

สาระสังเขป :

การสร้างงาน อาชีพและรายได้แก่ผู้สูงวัย

       นอกจากด้านสุขภาพ ด้านเศรษฐกิจเป็นอีกมิติที่ผู้สูงวัยต้องการการดูแลอย่างจริงจัง ผู้สูงอายุต้องมีรายได้อย่างน้อยเพียงพอสำหรับการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขั้นพื้นฐาน ปัจจุบันผู้สูงอายุไทยจำนวนมากยังชีพอยู่ด้วยการรับเบี้ยยังชีพถ้วนหน้า 500 บาทต่อเดือนจากรัฐบาล และมีรายได้เสริมอีกส่วนจากลูกหลานที่มักจะไม่แน่นอนและไม่สม่ำเสมอ แนวโน้มที่น่าเป็นห่วงคือ ศักยภาพการแบกรับภาระการดูแลด้านนี้ของลูกหลาน (วัยแรงงาน) กำลังลดลงตามลำดับ

       ผู้สูงวัยมีงานทำ  ส่วนหนึ่งเพื่อสร้างรายได้ เพิ่มหลักประกันความมั่นคงทางเศรษฐกิจ อีกส่วนเพื่อสร้าง “คุณค่า” ด้านจิตใจและการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมของผู้สูงวัย ซึ่งเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญและจำเป็นมากสำหรับคนวัยนี้ อาจเรียกได้ว่า แปร “ภาระ” เป็น “ต้นทุน” สร้างมูลค่าให้สังคมที่เหมาะสม กับยุคสมัย

ความจำเป็นและสถานการณ์

       ความจำเป็นของการดำเนินการในมิติการสร้างงาน อาชีพและรายได้ แก่ผู้สูงวัยเห็นได้ชัดเจนจากสถานการณ์รายได้ ภาวะการทำงานซึ่งเป็นแหล่งรายได้ และเงินออมของผู้สูงวัย ส่วนงานที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงวัยนั้น ต้องพิจารณาจากศักยภาพ ศักยภาพของท่านที่มีอยู่เป็นสำคัญ

ด้านรายได้

       ในผู้สูงวัย 7.7 ล้านคน (ปี 2552) มี 5.6 ล้านคน ร้อยละ 80 (ทุก ๆ4 ใน 5 คน) มีรายได้หลักจากการรับเบี้ยยังชีพ 500 บาทต่อเดือน จากรัฐบาลส่วนหนึ่งได้รับรายได้อีกส่วนในจำนวนและความถี่ที่แตกต่างกันจากลูกหลานด้านอาชีพหรือภาวะการมีทำงาน ในปี 2552 ในผู้สูงอายุไทยทั้งหมด 7.7 ล้านคน เกือบ 5 ล้านคน ไม่ได้ทำงาน คิดเป็นร้อยละ 62.8 โดยผู้หญิงไม่ทำงานมากกว่าผู้ชาย คิดเป็นร้อยละ72.4 และร้อยละ 50.6  ผู้สูงอายุในเขตกรุงเทพฯ มีรายได้มากที่สุด (25,919 บาทต่อเดือนตามด้วย ผู้สูงอายุที่อยู่ในภาคกลาง (6,160 บาทต่อเดือน) ภาคใต้ (4,694 บาทต่อเดือน) ภาคอีสาน(3,717 บาทต่อเดือน) และต่ำสุดภาคเหนือ (3,223 บาทต่อเดือน)

ด้านภาวะเงินออม

       แม้จะไม่มีสถิติยืนยันชัดเจน แต่ผู้เกี่ยวข้องเห็นตรงกันว่า มีผู้สูงวัยเพียงส่วนน้อยที่จะมีเงินออมมากพอที่จะดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพจนสิ้นอายุขัย ไม่เป็นภาระต่อครอบครัว

ด้านศักยภาพผู้สูงวัยในการทำงาน

     จากโครงการด้านอาชีพที่ผู้สูงอายุทั้งรายชมรม รายกลุ่มและรายบุคคลเสนอเข้ามาขอรับการสนับสนุนด้านเงินกู้ยืมจากกองทุนผู้สูงอายุและได้รับการอนุมัติในปี 2552 มีความหลากหลายของอาชีพสูงมาก ซึ่งสะท้อนถึงความหลากหลายของศักยภาพผู้สูงอายุได้ในระดับหนึ่ง กิจกรรมของโครงการที่อนุมัติแก่ชมรมผู้สูงอายุแบ่งเป็นหลักๆ 6 ด้าน คือ

1. กิจกรรมส่งเสริมความรู้และฝึกอบรมผู้สูงอายุด้านต่าง ๆ

2. กิจกรรมดูแลสุขภาพ

3. กิจกรรมอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญา

4. กิจกรรมสร้างความเข้มแข็งผู้นำองค์กรและเครือข่าย

5. กิจกรรมปรับสภาพแวดล้อมให้เป็นมิตรกับผู้สูงอายุในพื้นที่สาธารณะ

6.กิจกรรมอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้านหรือชุมชนด้านกิจกรรมของโครงการที่อนุมัติสำหรับผู้สูงอายุรายกลุ่มและรายบุคคล ส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับภาคเกษตร รวมถึงปศุสัตว์และประมง ค้าขาย รับจ้าง บริการและหัตถกรรม

ทิศที่ไป ระบบที่ต้องการ

       ภัทรีพันธ์ พงศ์วัชร์ ผู้เชี่ยวชาณด้านการส่งเสริมอาชีพ กล่าวว่า ความชัดเจนเรื่องความต้องการทำและเป้าหมาย ตลอดจนทัศนคติในการทำ เป็นปัจจัยเบื้องต้นที่ต้องพิจารณาสำหรับการดำเนินการเรื่องสร้างงานสร้างอาชีพให้ทุกกลุ่มรวมถึงกลุ่มผู้สูงวัย “คำถามแรกที่ต้องตอบให้ได้ คือ เป็นความต้องการของผู้สูงอายุไหม”  หากต้องการทำเพื่อรายได้ ก็ต้องคิดไว้เป็นอันดับแรกเลยว่า ต้องทำของที่ขายได้ จะผลิตอะไรต้องผลิตที่ตลาดต้องการ ต้องมีคนซื้อ” จากนั้นจึงเป็นเรื่องหลักคิดในการดำเนินการ บนพื้นฐานว่าควรเป็นอาชีพที่ทำได้ในพื้นที่ชุมชนโดยสมาชิกในชุมชนเอื้อต่อวิถีการดำเนินชีวิตของคนในชุมชน “ภูมิปัญญา วัตถุดิบ และตลาด คือ ปัจจัยต้นทุนที่ต้องพิจารณาเป็นหลัก 3 ประการ เพื่อดูว่าหาอาชีพที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุในชุมชน คือ ควรเป็นอาชีพที่คนในชุมชนมีต้นทุนภูมิปัญญาหรือประสบการณ์อยู่แล้ว หรือมีวัตถุดิบในชุมชน หรือมีตลาดในชุมชน” เมื่อเลือกอาชีพที่เหมาะสมได้แล้ว ต้องเข้าใจว่าทุกอาชีพมีกิจกรรม คือ

       ด้านการจัดการแบ่งออกเป็น 3 ด้านคือ การจัดการด้านระบบการผลิต คือ ผลิตรายคนหรือรายกลุ่ม หากเป็นรายกกลุ่มจะร่วมกันผลิตหรือแยกกันผลิตการจัดการด้านวัตถุดิบซึ่งต้องคิดรายละเอียดเรื่องต้นทุนด้วย และการจัดการด้านบัญชีและการเงิน ซึ่งต้องมีระบบที่ดี ชัดเจน ตรวจสอบได้ ง่ายๆ”

      ด้านตลาด คือการตอบว่าจะนำไปขายเพื่อสร้างรายได้ที่ไหน โดยหลักการควรเริ่มจากการมองตลาดภายในชุมชนก่อนเพราะจะสะดวกเรื่องการขนส่งการมองความต้องการและการตอบรับของตลาดได้ดีกว่า สะดวกกว่าซึ่งก็จะมีผลทำให้ต้นทุนต่ำกว่าด้วย จากนั้นค่อยไต่ระดับไปมองตลาดระดับจังหวัด ระดับประเทศและส่งออกหากเป็นไปได้”

      หัวใจแห่งความสำเร็จ คือ การวิเคราะห์ตลาด และการมีนวัตกรรม ซึ่งจะนำไปส่กูารปรับปรุงที่จำเป็นทุกด้าน ทั้งผลิตภัณฑ์ เช่น การออกแบบบรรจภัณฑ์ การผลิต ช่องทางการตลาด

       ดังนั้น ไม่สามารถคาดหวังให้ผู้สูงอายุดำเนินการเองทั้งหมดทุกกระบวนการ จึงต้องการพี่เลี้ยง และพี่เลี้ยงที่เหมาะสมที่สุดคือ องค์กรท้องถิ่นอย่าง อบต. “เราก็ไม่ควรคาดหวังให้ผู้สูงอายุคิดเองทำเองทั้งหมด เพราะด้วยวัยศักยภาพต่างๆ ของท่านจะมีข้อจำกัด ภาคราชการ ควรถอยออกมามีบทบาทสนับสนุนด้านต่าง ๆ ที่จำเป็น เช่น การประสานและจัดหาวัตถุดิบ สนับสนุนทรัพยากรต่าง ๆการสนับสนุนสำคัญ คือ ภาควิชาการจากภายนอกที่จะคอยช่วยเป็นที่ปรึกษาและพี่เลี้ยงอีกแรง”

ผู้เขียนสาระสังเขป : นางสาวตุลระวี  ไชยปัญโญ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: